มะขามป้อม ผลไม้มหัศจรรย์

มะขามป้อม ผลไม้มหัศจรรย์

 

มะขามป้อม (Phyllanthus emblica หรือ Emblica หรือ Indian gooseberry)เป็นชื่อของไม้ยืนต้นในกลุ่มเดียวกับมะยมและลูกใต้ใบ ใบของมะขามป้อมเป็นใบประกอบคล้ายใบมะขาม แต่ส่วนผลไม่ได้เป็นผักอย่างเช่นมะขาม แต่มีลักษณะกลมน้ำหนักประมาณ 3-6กรัม มีเนื้อเป็น 3 พู ฉ่ำน้ำ กลางผลมีเมล็ด 1 เมล็ด ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะมีสีออกเหลืองน้ำตาลค่อนข้างใส ที่ผลจะเห็นเส้นพาดตามยาว 6 เส้น เนื้อมะขามป้อมสดมีรสเปรี้ยวอมหวาน ขม และฝาด เมื่อรับประทานจะให้ความรู้สึกชุ่มคอ และช่วยละลายเสมหะได้ดี

มะขามป้อม...เจ้าแห่งวิตามินซีจริงหรือ?

ความโดดเด่นของมะขามป้อมเหนือไม้ผลชนิดอื่นคือ เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุด ในมะขามป้อมสด 100  กรัม มีวิตามินซีสูงถึง 276 มิลลิกรัม ซึ่งมากกว่าในส้มถึง 5 เท่า การรับประทานมะขามป้อมสดเพียง 1 ถ้วยตวง (หรือ 150 กรัม) จะได้รับวิตามินซีสูงถึง 50%ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน (Recommended Daily Intake) ในขณะที่มีไขมันต่ำจึงให้พลังงานเพียง 60 กิโลแคลอรี่โดยประมาณ นอกจากนั้นยังพบสารออกฤทธิ์ในกลุ่มสารประกอบฟีนอลิกในปริมาณสูง จึงทำให้มะขามป้อมมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้อย่างดีเลิศ แต่ก็มีผลทำให้มีรสฝาดและขมเล็กน้อย

ประโยชน์ของมะขามป้อมด้านการใช้เป็นอาหารและยารักษาโรค

ผลมะขามป้อมจัดเป็นซุปเปอร์ฟู้ด(superfood) เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหาร,ใยอาหาร, แร่ธาตุ, สารพฤกษเคมีต่าง ๆ, และวิตามิน การรับประทานมะขามป้อมช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน, ต้านไวรัส, ลดโอกาสการเกิดโรคหวัด, ต้านการอักเสบ, กำจัดอนุมูลอิสระ, ลดความดันโลหิต, ชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต, รักษาระดับน้ำตาลในกระแสเลือด, ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก, ป้องกันการกลายพันธุ์ของสารพันธุกรรมซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง, และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมของสมองและหลอดเลือด เช่น อัลไซเมอร์(Alzheimer’s)และหลอดเลือดสมอง (Stroke) นอกจากนั้นมะขามป้อมยังเป็นสมุนไพรในตำรับยาอายุรเวทอันเก่าแก่ของอินเดีย และเป็นหนึ่งในผลไม้ 3ชนิดที่เป็นส่วนประกอบของสมุนไพรพิกัดตรีผลาในตำรับยาไทย ซึ่งประกอบด้วยลูกสมอพิเภก, ลูกสมอไทย, และมะขามป้อม มีสรรพคุณรักษาสมดุลของธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย เหมาะกับการใช้เพื่อป้องกันและบรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน, ปวดท้อง, และท้องเสีย ซึ่งพบบ่อยในช่วงฤดูร้อน

ประโยชน์ของมะขามป้อมด้านการใช้เป็นเครื่องสำอาง

 

นอกจากการนำผลสดหรือแห้งมารับประทานและใช้เป็นยารักษาโรคแล้ว สารสกัดจากมะขามป้อมยังนิยมใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางอีกด้วย เนื่องจาก

1. มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพด้านการต้านอนุมูลอิสระในระดับที่สูงมาก

2. สามารถออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในรูปแบบที่พร้อมออกฤทธิ์ (active form) และมีความคงตัวสูงไม่ว่าจะถูกผสมในของน้ำหรืออิมัลชันก็ตาม มีผลการศึกษาที่รายงานว่าฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในสารสกัดมะขามป้อมสามารถคงประสิทธิภาพการทำงานได้เต็ม 100% แม้จะถูกเก็บรักษาที่อุณหภูมิสูงถึง 45 องศาเซลเซียส เป็นเวลานานถึง 12 เดือน

3. ช่วยปกป้องเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับสังเคราะห์โปรตีนคอลลาเจนจากการทำลายโดยอนุมูลอิสระ เป็นที่ทราบกันดีว่าอนุมูลอิสระที่มากเกินไปเป็นสาเหตุให้เซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลง, ชราภาพ, และเสื่อมสลายก่อนอายุขัย มีผลการศึกษาที่รายงานว่าสารสกัดมะขามป้อมช่วยให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์มีอัตราการรอดชีวิตสูงถึง 87% ถึงแม้จะถูกกระตุ้นให้เกิดภาวะเครียดโดยสารอนุมูลอิสระ

4. สารแทนนิน (tannins) ในมะขามป้อมมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanogenesis) ผลการทดสอบทาโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารสกัดมะขามป้อม 2% พบว่า ช่วยให้สีผิวของอาสาสมัครมีความสว่างเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายในระยะเวลา 8 สัปดาห์ และมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการทาโลชั่นที่มีสารประกอบไฮโดรควิโนน 2% เลยทีเดียวดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารสกัดมะขามป้อมจึงเหมาะกับการใช้เพื่อลบเลือนรอยดำและฝ้า รวมทั้งช่วยให้สีผิวมีความกระจ่างใสและสม่ำเสมอ

5. วิตามินอีในสารสกัดทำช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ลดการเกิดริ้วรอย และสมานบาดแผล

 

 ที่มา:

Chaudhuri, R. K. (2002). Emblica cascading antioxidant: a novel natural skin care ingredient. Skin Pharmacology and Physiology, 15(5), 374-380.

Chaudhuri, R., Lascu, Z., & Puccetti, G. (2007). Inhibitory effects of Phyllanthus emblica tannins on melanin synthesis. Cosmetics and toiletries, 122(2), 73-81.


Visitors: 524,480