สครับหน้า ใช้ยังไง ทุกวันได้ไหม สัปดาห์ละกี่ครั้ง รวม 10 คำถามที่พบบ่อย

อัปเดตล่าสุด 7 พฤศจิกายน 2569 · เขียนโดยทีมโรงงานผลิตเครื่องสำอาง Thaicream

สครับหน้าเป็นขั้นตอนที่หลายคนทำเองที่บ้าน แต่ผิวหน้าต้องการความเบามือมากกว่าที่คิด บทความนี้รวม 10 คำถามที่คนค้นหาบ่อยเรื่องสครับหน้า ตอบสั้นๆ ก่อน แล้วค่อยอธิบาย โดยอ้างอิงคำแนะนำของสมาคมแพทย์ผิวหนังสหรัฐอเมริกา (American Academy of Dermatology, AAD) [1][2][3]

ถ้าอยากอ่านเรื่องการขัดผิวทั้งตัว อ่านต่อได้ที่ ขัดผิว 11 คำถามที่พบบ่อย

สรุปคำตอบสั้น

คำถามคำตอบสั้น
สครับหน้าทุกวันได้ไหม ไม่แนะนำให้เริ่มแบบนั้น สครับบ่อยเกินไปผิวอาจแดงและระคายเคือง [1]
สัปดาห์ละกี่ครั้ง ไม่มีตัวเลขเดียว ยิ่งขัดแรง ยิ่งควรเว้นให้ห่าง เริ่มตามฉลาก [1]
สครับนานแค่ไหน วนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที [1] แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
หลังสครับทาอะไร ทามอยส์เจอไรเซอร์ทันที [1]
เป็นสิวสครับได้ไหม ไม่ควรขัดหน้า เพราะอาจรบกวนผิวที่เป็นสิวได้ [3]
ผิวแพ้ง่ายสครับได้ไหม ควรเลี่ยง ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าแทน หรือปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
สครับตัวใช้กับหน้าได้ไหม ใช้ตามที่ฉลากระบุ ถ้าฉลากบอกว่าสำหรับผิวกาย ไม่ควรนำมาใช้กับหน้า

1. สครับหน้าช่วยอะไร?

ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ผิวชั้นนอก สครับเป็นการผลัดเซลล์ผิวด้วยแรงกาย (Mechanical) อีกแบบคือการผลัดเซลล์ผิวด้วยสาร (Chemical) เช่น AHA หรือ BHA [1]

AAD ระบุว่าการผลัดเซลล์ผิวไม่ได้เหมาะกับทุกคน และถ้าทำไม่ถูกวิธี อาจทำให้ผิวแดง ระคายเคือง หรือเกิดสิวได้ [1]

2. สครับหน้าทุกวันได้ไหม?

ไม่แนะนำให้เริ่มแบบนั้น AAD เตือนว่าการผลัดเซลล์ผิวบ่อยเกินไปอาจทำให้ผิวแดงและระคายเคือง [1] และในการล้างหน้าประจำวัน AAD แนะนำให้ใช้ปลายนิ้วและไม่ขัดถูหน้า เพราะการขัดถูทำให้ผิวระคายเคือง [2]

3. สครับหน้าสัปดาห์ละกี่ครั้ง?

ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน ความถี่ขึ้นกับสภาพผิวและวิธีที่ใช้ ยิ่งขัดแรง ยิ่งควรเว้นช่วงให้ห่างขึ้น [1]

วิธีหาความถี่ที่เหมาะกับตัวเอง

  1. ทดสอบสครับตัวใหม่ก่อน (ดูวิธีในข้อ 7)
  2. เริ่มตามความถี่บนฉลาก
  3. สังเกตผิวหลังสครับทุกครั้ง
  4. ถ้าผิวแดง แสบ หรือแห้งตึงขึ้น ให้ลดความถี่หรือหยุดก่อน [1]

4. สครับหน้าก่อนหรือหลังล้างหน้า?

ทำตามวิธีใช้บนฉลาก สครับหน้าบางสูตรออกแบบมาให้ใช้แทนการล้างหน้า บางสูตรให้ใช้หลังล้างหน้า ถ้าฉลากไม่ได้ระบุ ให้ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ที่อ่อนโยนก่อน แล้วค่อยสครับบนหน้าที่ยังเปียก

ไม่ต้องล้างหน้าซ้ำหลายรอบ AAD แนะนำให้ล้างหน้าไม่เกินวันละ 2 ครั้ง และหลังเหงื่อออกมาก [2]

5. สครับหน้าใช้ยังไง ใช้ตอนไหน?

วนเบาๆ เป็นวงกลมเล็กๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด [1] ใช้ช่วงไหนก็ได้ที่สะดวก เช่น ตอนอาบน้ำ เพราะหน้าเปียกอยู่แล้ว และล้างออกได้ทันที

สครับหน้า 5 ขั้นตอน

  1. ทำให้หน้าเปียกด้วยน้ำสะอาด
  2. ตักสครับปริมาณพอเหมาะ ใช้ปลายนิ้ววนเป็นวงกลมเล็กๆ เบาๆ ประมาณ 30 วินาที ไม่กดแรง [1]
  3. เลี่ยงรอบดวงตา [2]
  4. ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วซับหน้าเบาๆ ด้วยผ้าขนหนูผืนนุ่ม [2]
  5. ทามอยส์เจอไรเซอร์ทันที เพราะการผลัดเซลล์ผิวอาจทำให้ผิวแห้ง [1]

สครับหน้า 5 ขั้นตอน ทำหน้าให้เปียกด้วยน้ำสะอาด วนเบาๆ 30 วินาที เลี่ยงรอบดวงตา ล้างด้วยน้ำสะอาด ทามอยส์เจอไรเซอร์ทันที

ไม่สครับบริเวณที่มีแผลเปิด รอยถลอก หรือผิวไหม้แดด [1]

6. เป็นสิว สครับหน้าได้ไหม?

ไม่ควรขัดหน้า เพราะอาจรบกวนผิวที่เป็นสิวได้ AAD แนะนำให้คนที่เป็นสิวเลี่ยงการขัดถูหน้า [3]

  • ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์อ่อนโยนที่ไม่อุดตันรูขุมขน ใช้ปลายนิ้ววนเบาๆ [3]
  • ถ้าใช้ยาทาสิว หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวลอก ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนผลัดเซลล์ผิว เพราะอาจทำให้ผิวแห้งหรือสิวเพิ่มขึ้น [1]
  • ถ้าสิวไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

7. ผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง ผิวมัน สครับหน้าได้ไหม?

ผิวแพ้ง่ายควรเลี่ยงสครับหน้า เพราะการขัดด้วยเม็ดสครับอาจทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น [1] ให้ดูแลด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่อ่อนโยนแทน หรือปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

สภาพผิวคำแนะนำ
ผิวแพ้ง่าย ควรเลี่ยงสครับหน้า ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าแทน หรือปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ [1]
ผิวแห้ง เม็ดสครับอาจทำให้ผิวระคายเคือง [1] เน้นบำรุงความชุ่มชื้นก่อน ถ้าจะใช้สครับ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
ผิวมัน ใช้ได้ตามฉลาก สครับเบาๆ และไม่ใช้บ่อยเกินที่ฉลากกำหนด [1]
ผิวที่เกิดรอยคล้ำง่าย เลี่ยงการขัดแรง เพราะอาจทำให้เกิดรอยคล้ำเพิ่มขึ้น [1]

สำหรับผิวทั่วไป วิธีทดสอบก่อนใช้ตามคำแนะนำของ AAD [5]

  1. ทาผลิตภัณฑ์ขนาดประมาณเหรียญ 10 บาท บริเวณใต้ท้องแขนหรือข้อพับแขน
  2. ทาวันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่อง 7–10 วัน (ผลิตภัณฑ์แบบล้างออก ทิ้งไว้ตามเวลาบนฉลากแล้วล้าง)
  3. ถ้าไม่มีผื่นแดง คัน หรือบวม ใช้ได้
  4. ถ้ามีอาการ ให้ล้างออกเบาๆ และหยุดใช้

8. สครับผิวกายใช้กับหน้าได้ไหม?

ใช้ตามที่ฉลากระบุ ถ้าฉลากเขียนว่าสำหรับผิวกาย ไม่ควรนำมาใช้กับหน้า ในฐานะโรงงานผลิตสครับ สูตรสำหรับผิวกายมักออกแบบให้ใช้กับผิวบริเวณกว้าง เช่น แขน ขา และข้อศอก ส่วนสครับหน้าออกแบบมาเฉพาะผิวหน้า

ถ้าไม่แน่ใจ ให้เลือกสครับที่ฉลากระบุว่าใช้กับผิวหน้าได้ และทดสอบก่อนใช้ทุกครั้ง [5]

9. ขัดหน้าด้วยมะขาม กาแฟ หรือมะนาว ทำเองดีไหม?

ต้องระวัง โดยเฉพาะมะนาว

  • มะนาวและผลไม้ตระกูลส้ม: น้ำมะนาวมีสารที่ทำปฏิกิริยากับแสงแดด ถ้าทาแล้วโดนแดด ผิวอาจแดง อักเสบ และพองเป็นตุ่มน้ำ ภายใน 24–48 ชั่วโมง และอาจทิ้งรอยคล้ำไว้ [4]
  • กากกาแฟ น้ำตาล หรือเม็ดขัดหยาบ: AAD แนะนำให้ผิวแพ้ง่ายเลี่ยงเม็ดขัดหยาบ เช่น เปลือกวอลนัท และเมล็ดแอปริคอต [6] สครับที่ทำเองควบคุมขนาดเม็ดและความสะอาดได้ยาก
  • ถ้าอยากลองสูตรทำเอง ให้ทดสอบที่ท้องแขนก่อน ไม่ใช้กับผิวที่มีแผล และไม่ออกแดดหลังทาส่วนผสมจากผลไม้ตระกูลส้ม

10. เลือกสครับหน้ายังไงดี?

ดูสภาพผิวของตัวเองก่อน แล้วอ่านฉลาก คำถามว่า "สครับหน้ายี่ห้อไหนดี" ไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกคน ให้ใช้เกณฑ์เหล่านี้แทน

  1. เลือกตามสภาพผิว ดูตารางในข้อ 7 [1]
  2. อ่านฉลากว่าใช้กับผิวหน้าได้ และอ่านวิธีใช้ ความถี่ และเวลาที่ใช้
  3. อ่านส่วนผสม เลี่ยงส่วนผสมที่ตัวเองเคยแพ้ ถ้าผิวแพ้ง่าย ควรเลี่ยงสครับหน้า (ดูข้อ 7)
  4. ดูเลขที่ใบรับจดแจ้ง อย. บนฉลาก เครื่องสำอางที่ขายในประเทศไทยต้องจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  5. เริ่มทีละตัว และทดสอบก่อน [5]

อ่านเพิ่ม: มาร์คหน้า 10 คำถามที่พบบ่อย

ข้อควรระวัง

  • ผิวแพ้ง่ายควรเลี่ยงสครับหน้า หรือปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
  • ทดสอบสครับตัวใหม่ก่อนใช้งานจริงทุกครั้ง [5]
  • สครับเบาๆ ไม่กดแรง และไม่ขัดบริเวณเดิมซ้ำหลายรอบ
  • ไม่สครับผิวที่มีแผลเปิด รอยถลอก ผิวไหม้แดด หรือสิวอักเสบ [1][3]
  • เลี่ยงรอบดวงตา [2]
  • ถ้าผิวแดง แสบ หรือคันหลังสครับ ให้หยุดใช้ทันที และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

แหล่งอ้างอิง

  1. American Academy of Dermatology (AAD). How to safely exfoliate at home (ปรับปรุงล่าสุด 6 ก.พ. 2026) — https://www.aad.org/public/everyday-care/skin-care-secrets/routine/safely-exfoliate-at-home
  2. American Academy of Dermatology (AAD). Face washing 101 — https://www.aad.org/public/everyday-care/skin-care-basics/care/face-washing-101
  3. American Academy of Dermatology (AAD). 10 skin care habits that can worsen acne — https://www.aad.org/public/diseases/acne/skin-care/habits-stop
  4. DermNet. Phytophotodermatitis — https://dermnetnz.org/topics/phytophotodermatitis
  5. American Academy of Dermatology (AAD). How to test skin care products (ปรับปรุงล่าสุด 10 ส.ค. 2021) — https://www.aad.org/public/everyday-care/skin-care-secrets/prevent-skin-problems/test-skin-care-products
  6. American Academy of Dermatology (AAD). Do facial masks work, and should I add one to my skin care routine? (ปรับปรุงล่าสุด 3 มี.ค. 2026) — https://www.aad.org/public/everyday-care/skin-care-secrets/routine/facial-masks-and-skin-care
เพิ่มเพื่อน
Visitors: 1,259,527