สารสกัดสาหร่ายสไปรูลิน่า

สารสกัดสาหร่ายสไปรูลิน่า

  • สารสกัดสาหร่ายสไปรูลิน่าคืออะไร?

                เป็นสารสกัดที่ได้จากการสกัดเซลล์ของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน สายพันธุ์ Spirulina platensis หรือที่เรียกว่าสาหร่ายเกลียวทอง ความโดดเด่นของสารสกัดจากสาหร่ายสไปรูลิน่าคือ 1. มีกรดอะมิโนเป็นส่วนประกอบถึง 10 ชนิด อาทิ อะลานีน (Alanine), แอสปาติคแอซิด (Aspartic acid), ซิสเตอีน (Cystein) และ กลูตามิคแอซิด (Glutamic acid); 2. มีวิตามินอี (Tocopherol) และวิตามินบีรวม (Vitamin B Complex) โดยพบวิตามินบีสูงถึง 8 ชนิด ได้แก่ วิตามิน B1 (Thaimine), B2 (Riboflavin), B3 (Niacin), B5 (Pantothenic acid), B7 (Biotin), B9 (Folic acid), และ B12 (Cyanocobalamin); และ 3. มีกรดไขมันอิสระ (Free fatty acids) และรงควัตถุต่าง ๆ อาทิ Chlorophyll a, Xanthophylls, และ Carotene เป็นองค์ประกอบ

 

สารสกัดสาหร่ายสไปรูลิน่า

 

  • ผลการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ

                พบฤทธิ์ต้านออกซิเดชันจากการทดสอบสารสกัดสาหร่ายสไปรูลิน่าด้วยวิธี DPPH radical scavenging โดยสารสกัดข้มข้น 5.88 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรสามารถยับยั้งอนุมูลอิสระได้ถึง 50% และไม่พบความเป็นพิษต่อเซลล์สัตว์จากผลการทดสอบด้วยเซลล์เพาะเลี้ยง (Vero cell)ที่ความเข้มข้นของสารสกัด 50   ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร[1]

  • ผลจากงานศึกษาวิจัยอื่นๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ

                จากผลการวิเคราะห์องค์ประกอบของสารสำคัญต่าง ๆ ในสารสกัดสาหร่ายสไปรูลิน่าร่วมกับการศึกษาฤทธิ์ของสารต่าง ๆ ในทางเวชสำอาง (Cosmeceutical) ที่มีการเผยแพร่ในวารสารทางวิชาการ สามารถสรุปได้ว่าสารสกัดสาหร่ายสไปรูลิน่ามีความเหมาะสมในการใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุง เสริมสร้างความแข็งแรงของผิว ฟื้นฟูเซลล์ผิวหลังถูกทำลายโดยรังสีอัลตราไวโอเลตและเมลภาวะต่าง ๆ  เนื่องจาก

1. มีกรดอะมิโนจำนวนมากเป็นองค์ประกอบกรดอะมิโนมีประสิทธิภาพในการกำจัดอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) โดยกรดอะมิโนบางชนิด โดยเฉพาะกลูตามิคแอซิด มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบของผิว (Anti-inflammation) และส่งเสริมการสร้างเซลล์ผิวใหม่[2]

2. มีวิตามินอี กรดไขมัน และรงควัตถุ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการต้านออกซิเดชันที่เกิดจากกระตุ้นโดยรังสีอัลตราไวโอเลตและมลภาวะต่าง ๆ รักษาความชุ่มชื้นของผิว ลดการอักเสบ รวมทั้งฟื้นฟูและชะลอการเกิดริ้วรอย (Anti-aging)[3, 4] นอกจากนั้นรงควัตถุคลอโรฟิลล์ยังคุณสมบัติในการกำจัดกลิ่น และมีการนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่นตัวและในช่องปากอีกด้วย[4]

3. มีวิตามินบีรวม (Vitamin B Complex) โดยวิตามินบีแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป อาทิ ต้านออกซิเดชัน ลดการอักเสบของสิว ฟื้นฟูผิวหลังได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต ลดการระคายเคืองและการอักเสบโรคผิวหนังบางชนิด ชะลอการเกิดร่องลึกและริ้วรอย กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด กระตุ้นการสร้างเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ควบคุมการสร้างเม็ดสี รักษาความชุ่มชื้นให้ผิว รักษาสมดุลของการสร้างน้ำมัน และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เป็นต้น[5, 6]

 

อ้างอิงจาก

[1] ผลการทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ Cytotoxicity against Vero cell (African green monkey kidney fibroblast)

[2] Characteristics of Seaweed as Raw Materials for Cosmetics ตีพิมพ์ในวารสาร Aquatic Procedia  ปี 2016

 [3] The cosmetic treatment of wrinkles ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Cosmetic Dermatology ปี 2004

[3] The Potential Use of Marine Microalgae and Cyanobacteria in Cosmetics and Thalassotherapy ตีพิมพ์ในวารสาร Cosmetic ปี 2017

[5] Chapter 15 - Natural Antioxidants in Cosmetics ตีพิมพ์ในวารสาร Studies in Natural Products Chemistry ปี 2013

[6] Effects of vitamin B complex and vitamin C on human skin cells: is the perceived effect measurable? ตีพิมพ์ในวารสาร Advances in skin & wound care ปี 2018

Visitors: 730,827