การล้างมืออย่างถูกวิธี เท่ากับมีวัคซีนป้องกันโรค

การล้างมืออย่างถูกวิธี เท่ากับมีวัคซีนป้องกันโรค

หลายสิบปีหลังการค้นพบอนุภาคจากซากศพของคุณหมอเซ็มเมิลไวส์ (Semmelweis) นักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรปผู้ 2 ท่าน คือ หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louise Pasteur) และโรเบิร์ต ค็อค (Robert Koch) ผู้บุกเบิกการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเชื้อแบคทีเรียได้สรุปว่า ความเจ็บป่วยของคนและสัตว์เกิดจากการติดเชื้อ และการฆ่าเชื้อเป็นทางออกในการรักษาอาการเจ็บป่วยของผู้คน

            จุลินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคสามารถติดต่อระหว่างบุคคลได้ง่าย ๆ เพียงแค่เอามือที่สัมผัสพื้นผิวปนเปื้อนไปป้ายดวงตา จมูก และปาก หรือใช้มือนั้นเตรียมหรือกินอาหาร เพื่อป้องกันแพร่ระบาดของเชื้อก่อโรค กรมควบคุมโรคติดต่อของสหรัฐอเมริกาหรือซีดีซี (CDC) ได้ตีพิมพ์คู่มือการล้างมืออย่างถูกสุขอนามัย และพยายามกระตุ้นให้เกิดความสนใจในหมู่ประชาชน แม้จะมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง แต่รู้มั้ยว่าช่วงก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีผู้ชายเพียง 31% และผู้หญิง 65% เท่านั้นที่ล้างมือหลังการใช้ห้องน้ำสาธารณะ แล้วการไม่ล้างมือเนี่ย มันแย่ขนาดไหนกันนะ? อืมมม…ลองจินตนาการแบบนี้ดูนะ ในอุจจาระ 1 กรัมของคนเรา มีเชื้อจุลินทรีย์อยู่ถึงพันล้านตัว และพวกมันสามารถอยู่รอดบนมือของเราได้นานถึง 3 ชั่วโมง ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคท้องร่วงจะมาจากมือสกปรกของเรานั่นเอง

            ซีดีซีเปรียบเทียบพฤติกรรมการล้างมือว่าเป็น วัคซีน แบบ DIY ที่เราทุกคนสามารถสร้างได้เอง เพื่อป้องกันตัวเองจากการเจ็บป่วย ทำไมซีดีซีซึ่งกล่าวอย่างนั้นน่ะเหรอ ลองมาดูข้อมูลนี้กัน

  • ถ้าไปดูสถิติการเสียชีวิตในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ จะเห็นได้ว่ามีเด็กถึงเกือบสองล้านคนที่ถูกคร่าชีวิตด้วยอาการท้องร่วงและปวดบวม ซึ่งการล้างมืออย่างถูกวิธีจะสามารถลดการสูญเสียชีวิตได้ถึง 1 ใน 3
  • การล้างมือช่วยลดจำนวนผู้ป่วยจากโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ได้ถึง 21% และลดจำนวนผู้ป่วยจากอาการท้องร่วงได้สูงถึง 58%

            การล้างมือที่ถูกวิธีนอกจากช่วยป้องกันความเจ็บป่วยส่วนบุคคลและลดการแพร่กระจายเชื้อโรคไปยังบุคคลอื่นแล้ว ยังมีผลการวิจัยที่สนับสนุนว่า อัตราการลาป่วยของพนักงานที่ทำงานในองค์กรที่มีนโยบายให้พนักงานรักษาความสะอาดของมืออย่างสม่ำเสมอมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งองค์กรและสุขภาพของพนักงานโดยรวมอีกด้วย

 

 

ที่มา:Centers of Disease Control and Prevention (CDC): https://www.cdc.gov/handwashing/handwashing-corporate.html


Visitors: 616,821